ฮีโร่บนทางด่วน! ช่างเชื่อมใช้รถตัวเองหยุด SUV ช่วยคนหมดสติ 

รถไร้คนควบคุมพุ่งบนทางด่วน ช่างเชื่อมตัดสินใจเอารถตัวเองเข้าขวาง ช่วยชีวิตคนแปลกหน้า

บนทางด่วน Loop 410 เมืองซานอันโตนิโอ รัฐเท็กซัส รถหลายคันกำลังแล่นไปตามปกติ

ก่อนที่รถเอสยูวีคันหนึ่งจะเริ่มส่ายไปมาระหว่างช่องทาง

มันพุ่งชนแบริเออร์คอนกรีต กระเด้งกลับเข้าสู่ถนน แล้วเคลื่อนต่อไปท่ามกลางรถคันอื่นที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูง

ภายในรถคันนั้น คนขับไม่ได้จับพวงมาลัยแก้ทิศทาง เพราะเขาหมดสติไปแล้ว

เขาขับผ่านไปก็ได้ แต่เขาเลือกที่จะหยุดมัน

เรเน บียาร์เรอัล-อัลเบ ช่างเชื่อมชาวเท็กซัส กำลังขับรถกระบะไปบนทางด่วน โดยมีแอนเดรีย วอล์กเกอร์ ภรรยาของเขานั่งอยู่ข้าง ๆ

ทั้งคู่เห็นรถเอสยูวีเคลื่อนตัวผิดปกติ เห็นมันส่ายข้ามช่องทาง และชนเข้ากับกำแพงคอนกรีต

ไม่นานพวกเขาก็เข้าใจว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่คนขับเมา ไม่ใช่การขับรถประมาท และไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา

ชายหลังพวงมาลัยหมดสติ แต่รถยังคงวิ่งต่อไป

เรเนมีทางเลือกง่ายที่สุดอยู่ตรงหน้า

เขาสามารถชะลอรถ ทิ้งระยะห่าง แล้วโทรแจ้งตำรวจ ปล่อยให้เจ้าหน้าที่จัดการเหตุการณ์ต่อไป

เพราะการเอารถเข้าใกล้ยานพาหนะที่ไม่มีคนควบคุมบนทางด่วน อาจทำให้รถของเขาถูกชน เสียหลัก หรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรงตามมาได้ทุกวินาที

แต่เรเนไม่ได้เลือกขับผ่านไป

“เราเลยตัดสินใจลงมือ” ภรรยาของเขาเล่าถึงช่วงเวลานั้น

แผนเสี่ยงตายบนทางด่วน

เรเนเร่งรถกระบะของตัวเองแซงขึ้นไปด้านหน้ารถเอสยูวี

รถกระบะของเขามีกันชนเหล็กเสริมขนาดใหญ่ ซึ่งเขาเพิ่งผลิตและติดตั้งด้วยฝีมือของตัวเอง

ไม่มีคู่มือ ไม่มีการซ้อม และไม่มีเวลาปรึกษาใคร เขาต้องใช้เพียงการตัดสินใจในเสี้ยววินาที

เรเนค่อย ๆ ขับรถเข้าไปอยู่ด้านหน้ารถเอสยูวี ปล่อยให้รถที่ไม่มีคนควบคุมเคลื่อนเข้ามาสัมผัสกับกันชนด้านหลังรถของเขา

จากนั้นเขาจึงเริ่มลดความเร็วลงทีละน้อย

รถสองคันยังคงเคลื่อนอยู่บนทางด่วน ขณะที่รถคันอื่นวิ่งผ่านไปโดยรอบ

หากเรเนเบรกแรงเกินไป รถเอสยูวีอาจชนท้ายอย่างรุนแรงหรือหักออกด้านข้าง

หากเขาคุมรถพลาด รถของทั้งคู่อาจหมุนกลางถนน และลากรถคันอื่นให้เข้าไปอยู่ในอุบัติเหตุด้วย

แต่เรเนประคองรถเอาไว้ ให้ช้าลงทีละนิด

จนกระทั่งรถเอสยูวีและรถกระบะของเขาหยุดนิ่งได้สำเร็จ โดยไม่พุ่งชนรถคันอื่นที่อยู่บนทางด่วน

คนแปลกหน้าอีกคนหยุดช่วย

เมื่อรถหยุดแล้ว ผู้ใช้ถนนคนหนึ่งซึ่งเป็นพยาบาลสังเกตเห็นว่าเกิดเหตุฉุกเฉิน จึงจอดรถและรีบเข้าไปช่วยทำ CPR ให้กับชายที่หมดสติ

หน่วยฉุกเฉินเดินทางมาถึงในเวลาต่อมา และนำตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาล

ระหว่างทาง เขากลับมามีชีพจรและสามารถหายใจได้ แต่ยังอยู่ในอาการวิกฤต ตามข้อมูลที่สถานีข่าวท้องถิ่นได้รับจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

สำหรับเรเน การได้เห็นสีหน้าของชายคนนั้นเริ่มกลับมาหลังได้รับการทำ CPR คือช่วงเวลาที่ทำให้การตัดสินใจทั้งหมดคุ้มค่า

เพราะไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น รถคันดังกล่าวยังพุ่งอยู่บนทางด่วนโดยไม่มีใครควบคุม และอาจจบลงด้วยอุบัติเหตุที่ทำร้ายคนมากกว่าหนึ่งชีวิต

เขาไม่เคยได้รับการฝึกให้ทำแบบนี้

เรเนยอมรับว่า เขาไม่เคยผ่านการฝึกขับรถเพื่อหยุดยานพาหนะในลักษณะนี้มาก่อน

เขาเพียงเชื่อว่ารถของตัวเองแข็งแรงพอ และเชื่อว่าตัวเองมีสติพอที่จะตัดสินใจแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า

“ผมแค่เห็นใครบางคนที่ดูเหมือนกำลังต้องการความช่วยเหลือ”

นั่นคือคำอธิบายของชายที่ผู้คนในโลกออนไลน์เรียกว่า “ฮีโร่แห่งทางด่วน”

เขาไม่ได้บอกว่าตัวเองกล้าหาญกว่าคนอื่น

เขาเพียงคิดว่า หากวันหนึ่งเขาตกอยู่ในอันตราย เขาก็คงหวังว่าจะมีใครสักคนเลือกหยุดรถและเข้ามาช่วยเช่นเดียวกัน

ฮีโร่ที่ครอบครัวรู้จักดี

คอร์ตนีย์ ตรินิแดด น้องสาวของเรเน เปิดเผยว่า พี่ชายของเธอเติบโตมาท่ามกลางชีวิตวัยเด็กที่ไม่ง่ายนัก และต้องคอยปกป้องดูแลน้องสาวอีกสี่คนมาตลอด

“เขาดูแลพวกเราเสมอ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำ เพราะฉะนั้นฉันจึงไม่แปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย”

สำหรับคนทั่วไป วันนั้นเรเนอาจกลายเป็นฮีโร่เพียงชั่วข้ามคืน

แต่สำหรับครอบครัวของเขา ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่พร้อมยื่นมือเข้าช่วยคนอื่นมานานแล้ว

เสี้ยววินาทีที่บอกว่าเราเป็นคนแบบไหน

ในเหตุฉุกเฉิน ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าตัวเองจะตัดสินใจอย่างไร

บางคนอาจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย บางคนอาจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่

บางคนอาจเลือกขับผ่านไป เพราะไม่ต้องการนำตัวเองเข้าไปเสี่ยง

แต่วันนั้น เรเนเลือกนำรถของตัวเองเข้าไปอยู่ระหว่าง SUV ที่ไร้คนควบคุม กับอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่อาจเกิดขึ้น

และเขาเลือกเอารถของตัวเองเข้าไปอยู่ระหว่างรถไร้คนควบคุม กับอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่อาจกำลังจะเกิดขึ้น

บางครั้งฮีโร่ไม่ได้สวมเครื่องแบบ

เขาอาจเป็นเพียงคนธรรมดาที่ตัดสินใจไม่ขับผ่านไป

อ้างอิงข่าวจาก The guardian > https://www.theguardian.com/us-news/2026/mar/10/texas-welder-stops-unconscious-driver?utm_source=chatgpt.com

Leave a Comment

Scroll to Top