
อาเซียนรับมือศึกอิหร่าน พร้อมถกวิกฤตเมียนมาและทะเลจีนใต้ ท่ามกลางความเสี่ยงที่ไทยอาจเผชิญทั้งราคาน้ำมันพุ่ง การค้าสะดุด และสถานการณ์ชายแดนร้อนขึ้น
โต๊ะประชุมอาเซียนที่กรุงมะนิลา รอบนี้ไม่ได้มีแค่คำกล่าวต้อนรับหรือการถ่ายภาพหมู่ เพราะเบื้องหน้ารัฐมนตรีต่างประเทศจากทั่วภูมิภาค คือ “ไฟสามกอง” ที่อาจลามกระทบชีวิตคนไทยเร็วกว่าที่คิด

กองแรกคือ สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ซึ่งกำลังคุกคามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางที่ก่อนเกิดสงครามมีน้ำมันโลกขนส่งผ่านประมาณ 20% อาเซียนจึงเตรียมเรียกร้องให้เปิดเส้นทางดังกล่าวอย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง เพราะหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลางอย่างหนัก

สำหรับไทย เรื่องนี้ไม่ใช่สงครามที่อยู่ไกลตัว หากการขนส่งน้ำมันติดขัดหรือมีเรือถูกโจมตี ราคาน้ำมัน ค่าขนส่ง ค่าไฟ และต้นทุนอาหารอาจขยับขึ้นเป็นลูกโซ่ สุดท้ายคนที่รับแรงกระแทกก็คือประชาชนและผู้ประกอบการไทย

กองที่สองคือ สงครามกลางเมืองเมียนมา
ซึ่งอาเซียนยังหาทางออกไม่ได้ แม้แผนสันติภาพ 5 ข้อจะถูกประกาศมาตั้งแต่ปี 2021 แต่ความรุนแรงยังดำเนินต่อ ล่าสุดอาเซียนเริ่มกลับมาเปิดโต๊ะพูดคุยกับฝ่ายเมียนมา รวมถึงกลุ่มต่อต้าน เพื่อพยายามลากทุกฝ่ายเข้าสู่การเจรจา
ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุดประเทศหนึ่ง เพราะมีชายแดนติดเมียนมายาว หากการสู้รบรุนแรงขึ้น ไทยอาจต้องรับมือทั้งผู้หนีภัย กระสุนหรือการโจมตีที่ล้ำข้ามแดน การค้าชายแดนสะดุด รวมถึงอาชญากรรมและเครือข่ายสแกมเมอร์ที่อาศัยพื้นที่ไร้การควบคุม

กองสุดท้ายคือ ทะเลจีนใต้
จุดปะทะระหว่างจีนกับหลายประเทศอาเซียน โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันสหรัฐฯ จีน และรัสเซียต่างส่งรัฐมนตรีระดับสูงเข้าร่วมประชุม ทำให้เวทีอาเซียนรอบนี้กลายเป็นสนามวัดกำลังทางการทูตของมหาอำนาจ
แม้ไทยไม่ได้เป็นคู่พิพาทในทะเลจีนใต้โดยตรง แต่หากสถานการณ์ลุกลาม เส้นทางการค้าและห่วงโซ่อุปทานของไทยย่อมได้รับผลกระทบ ที่สำคัญ ไทยจะถูกกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ให้รักษาสมดุลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

การประชุมอาเซียนครั้งนี้จึงการประชุมครั้งนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่อาเซียนรับมือศึกอิหร่าน พร้อมหาทางลดแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของภูมิภาค
ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ แต่คือการประชุมที่อาจกำหนดว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า คนไทยจะต้องเจอกับน้ำมันราคาเท่าไร ชายแดนเมียนมาจะสงบหรือร้อนขึ้น และประเทศไทยจะยืนอยู่ตรงไหนท่ามกลางเกมอำนาจของโลก
ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมวงประชุมครั้งนี้ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ เป็นผู้แทนไทย
วาระที่ไทยจะร่วมถกครอบคลุมทั้งสถานการณ์เมียนมา ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ และผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อพลังงานและเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยการประชุมจัดขึ้นภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของฟิลิปปินส์

อ้างอิงแหล่งข่าว
สำนักข่าว Associated Press (AP)
https://apnews.com/article/philippines-asean-meetings-southeast-asia-myanmar-south-china-sea-iran-war-2b968e79424b31ad4899331de0f214e4
