
โซเชียลเขมรฉลองกันสนั่น แม้กระทั่งเพจหน่วยงานของรัฐบาล กัมพูชา ยังโพสต์ถึงเรื่องนี้
เมื่อกัมพูชาสร้างหนึ่งในผลการแข่งขันที่สะเทือนวงการวอลเลย์บอลอาเซียน ด้วยการโค่นทีมหนุ่มไทย 3–1 เซต ในรอบรองชนะเลิศ ศึกวอลเลย์บอลชาย 6th SEA V Cup 2026 สนามแรก ที่เมืองแคนดอน ประเทศฟิลิปปินส์
ผลการแข่งขันครั้งนี้ส่งให้กัมพูชาได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ขณะที่ไทยต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการลุ้นแชมป์ ไปสู่การต่อสู้เพื่อเหรียญทองแดงแทน

เซตแรก กัมพูชาเปิดฉากรุก ขึ้นนำก่อนตั้งแต่ช่วงต้นเกม
ทีมไทยพยายามเร่งจังหวะ ไล่กดดันจนช่องว่างแคบลง แต่กัมพูชายังคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก่อนปิดเซตแรก 25–21 ขึ้นนำไทย 1–0 เซต
หนุ่มไทยกลับลงมาในเซตที่สองด้วยรูปแบบการเล่นที่เปลี่ยนไป เกมรับเริ่มเหนียวแน่น การโจมตีมีความแน่นอนมากขึ้น และสามารถกดกัมพูชาอยู่หมัด เอาชนะไปอย่างขาดลอย 25–16
คะแนนกลับมาเสมอกัน 1–1 เซต และดูเหมือนว่าโมเมนตัมกำลังไหลกลับมาฝั่งไทย

เซตที่สามกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการแข่งขัน
ทั้งสองทีมแลกกันทำคะแนนอย่างสูสี ไม่มีฝ่ายใดยอมปล่อยให้อีกฝ่ายหนีห่าง ไทยพยายามไล่บี้จนเกมเข้าสู่ช่วงท้ายด้วยคะแนนที่ห่างกันเพียงไม่กี่แต้ม
แต่ในจังหวะตัดสิน กัมพูชาปิดเซตสามไปอย่างหวุดหวิด 25-23 ขึ้นนำ 2-1 เซต และโยนแรงกดดันทั้งหมดกลับมาที่ฝั่งไทย

สุดท้าย เข้าสู่เซตที่สี่
กัมพูชาปิดเซตสุดท้าย 25–17 และชนะการแข่งขัน 3–1 เซต ด้วยคะแนน 25–21, 16–25, 25–23 และ 25–17
ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้กัมพูชาผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของ SEA V Cup สนามแรก ไปพบกับอินโดนีเซีย
ส่วนทีมชาติไทยต้องลงสนามชิงอันดับ 3 กับเวียดนาม ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2569

หลังจบเกม กระแสบนโซเชียลฝั่งกัมพูชาคึกคักขึ้นทันที
จากการสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่ตามโพสต์ข่าวและโพสต์การแข่งขัน พบแฟนกีฬาจำนวนหนึ่งเข้ามาแสดงความดีใจที่สามารถเอาชนะไทยได้สำเร็จ
บางความคิดเห็นมีใจความประมาณว่า “จะแพ้ทีมไหนก็ได้ แต่อย่าแพ้ไทย”

อีกหลายคนย้อนถึงฟุตบอลเยาวชนชายอาเซียนเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งกัมพูชาแพ้ไทย 0-4 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนนำผลวอลเลย์บอลครั้งนี้มาแซวกันในทำนองว่า ฟุตบอลแพ้ไปแล้ว แต่วันนี้วอลเลย์บอลเอาคืนได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ข้อความบนโซเชียลเหล่านี้เป็นความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบางส่วน ไม่ได้เป็นท่าทีอย่างเป็นทางการของทีมชาติกัมพูชา
และเนื้อหาเกี่ยวกับบรรยากาศและความคิดเห็นบนโซเชียลเป็นการสรุปกระแสจากความคิดเห็นสาธารณะบางส่วน ไม่ควรตีความว่าเป็นมุมมองของชาวกัมพูชาทั้งหมด

